SELF-HYPNOSIS · เรียนออนไลน์ ไม่จำกัดเวลา

โปรแกรมจิตตัวเอง

หลักสูตร Self-Hypnosis รุ่นที่ ๗

ฝึกสมาธิเพื่อเป็นนายเหนือความคิด คลี่คลายความรู้สึกลบภายใน ปรับเปลี่ยนนิสัย ฝึกใจสงบมั่นคง ด้วยเทคนิคต่างๆ ในการโปรแกรมจิตตน

เรียนออนไลน์ทางเว็บไซต์ไม่จำกัดเวลา
13 ตอน รวม 23 ชั่วโมงบรรยายและฝึกปฏิบัติ
ทดลองเรียนฟรี 2 ตอนแรกดูได้ทันทีในหน้านี้
1,990 บาทรับลิงก์และรหัสเรียนออนไลน์
“รู้สึกตัวเองมีความสุขมากขึ้นจากภายในตัวเราเอง จากการใช้โปรแกรมจิต ความยับยั้งชั่งใจมีมากขึ้น… การฟื้นคืนด้านจิตใจทำได้เร็วขึ้น ซึ่งไม่เคยทำได้ตลอดการเรียนรู้ด้านจิตวิญญาณมาหลายแห่ง”
อ่านเสียงตอบรับจากผู้เรียน →
โปสเตอร์หลักสูตรการโปรแกรมจิตตัวเอง รุ่นที่ ๗
เกี่ยวกับหลักสูตรนี้

ผสานจิตวิทยาร่วมสมัยกับหลักพุทธ

หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฝึกโปรแกรมจิตตนเอง ต้องการเรียนรู้วิธีฝึกสมาธิเพื่อเป็นนายเหนือความคิด ผ่อนคลายความเครียด คลี่คลายความรู้สึกลบภายใน ปรับเปลี่ยนนิสัย ฝึกใจสงบมั่นคง และพัฒนาศักยภาพของจิต ด้วยเทคนิคต่างๆ ในการโปรแกรมจิตตน ซึ่งผสมผสานทั้งแนวคิดทางจิตวิทยาและพุทธศาสนา

โดยเริ่มจากการฝึกพื้นฐานด้านสมาธิให้เกิดความสงบทางจิตใจ แล้วจึงฝึกโปรแกรมจิตในด้านต่างๆ เช่นการควบคุมความคิด การดูแลอารมณ์ การสร้างแรงจูงใจเชิงบวก และการปล่อยวาง

การฝึกสมาธิการกำหนดภาพลมหายใจคำสั่งจิตการขยับร่างกายการเขียนบันทึก Visual Notesการกำหนดจิตพิจารณาสภาวะความเป็นจริง

สิ่งที่จะได้รับจากการเรียน

  • พัฒนาจิตใจให้เกิดสมาธิ ความสงบ การปล่อยวาง ผ่อนคลายความเครียด และการคลี่คลายอารมณ์ลบในจิตใจ
  • ฝึกควบคุมการรับรู้ กำหนดความคิด และโน้มน้าวจิตในทางที่ดี
  • เรียนรู้การเห็นคุณค่าในตนเอง และการเป็นนายเหนือกายและใจ
  • เรียนรู้หลักการโปรแกรมจิต จิตใต้สำนึก การทำความรู้จักจิตใจของตนเอง และเบื้องหลังการสะกดจิตในชีวิตประจำวัน
  • เทคนิคต่างๆ ในการดูแลจิตใจ ด้วยหลักจิตวิทยาร่วมสมัย และหลักธรรมทางพุทธศาสนา
เครื่องมือโปรแกรมจิต

๕ เครื่องมือที่จะได้ฝึก

๑
จูงใจSuggestionจิตคล้อยตาม
๒
ปักใจConcentrationจิตตั้งมั่น
๓
กวนใจAmplifyจิตปรุงแต่งเพื่อขยายให้ชัด
๔
ขัดใจInterruptionจิตหักเห
๕
สับไกTriggerจิตคุ้นชิน

“เย จิตฺตํ สญฺญเมสฺสนฺติ โมกฺขนฺติ มารพนฺธนา”

ผู้รู้จักควบคุมจิตใจ จะพ้นไปได้จากบ่วงของมาร

ลองฝึกได้ทันที · ฟรี

การ์ดออนไลน์ คู่กับการโปรแกรมจิต

หายใจ ๓ ครั้ง จับการ์ดหนึ่งใบ แล้วสังเกตใจตัวเอง ใช้ก่อนเริ่มเรียนหรือระหว่างฝึกในแต่ละคืนก็ได้

การ์ดเติมใจ

จินตภาพ ๑ นาที

แบบฝึกจินตภาพและลมหายใจสั้นๆ ใบละ ๑ นาที เติมพลังใจได้ทุกวัน และเป็นพื้นฐานของการโปรแกรมจิตด้วยภาพในใจ

ไปจับการ์ดเติมใจ

การ์ดจักระ

จินตภาพจักระ

ดูว่าช่วงนี้พลังด้านไหนอยากให้ดูแล พร้อมสมาธิจินตภาพ ๑ นาทีและท่าปรับสมดุลจักระ ฝึกใช้ภาพในใจได้ทุกวัน

ไปจับการ์ดจักระ

การ์ดทันใจ

รู้ทันความคิด

ฝึกสังเกตเสียงในใจที่พูดกับตัวเองอยู่ทุกวัน ก่อนจะโปรแกรมจิต ต้องรู้ก่อนว่าตอนนี้จิตถูกโปรแกรมไว้อย่างไร

ไปจับการ์ดทันใจ

ยังมีการ์ดสำหรับหัวใจอีก ๖ ชุด · ดูการ์ดออนไลน์ทั้ง ๙ ชุด →

โครงสร้างการเรียน

ส่วนหนึ่งของ “ห้องเรียน พลังแห่งจิต”

ประกอบด้วย ๓ ขั้นในห้องเรียน

* สามารถเรียน “พื้นฐาน” หรือ “การโปรแกรมจิตตัวเอง” ก่อนก็ได้ โดยจัดว่าทั้งสองเป็นขั้นพื้นฐานของการสะกดจิตบำบัด โดยเริ่มจากการพัฒนาตนเอง

ทดลองเรียน ฟรี

เรียนเนื้อหา ๒ ตอนแรกได้เลย

หลักสูตรนี้ประกอบด้วยการฟังบรรยาย และการปฏิบัติตามขั้นตอน ผ่านการทำสมาธิโปรแกรมจิต และการเขียนบันทึก โดยวิดีโอเนื้อหาเป็นเทปบันทึกจากการเรียนรอบสดในรุ่นที่ 6 โดยมีการตัดต่อเพื่อความสั้นกระชับมากขึ้น

หายใจ ๓ ครั้ง ก่อนเริ่มทดลองเรียนพาใจไล่จากศีรษะลงสู่ปลายเท้า พร้อมข้อความโปรแกรมจิตสั้นๆ ใช้เวลาราว ๓๐ วินาที แล้วหน้าเว็บจะพาไปที่วิดีโอตอนแรก
สารบัญในวิดีโอ (25 ช่วง) — กดเพื่อข้ามไปช่วงนั้น
คืนที่ 0 · ปรับพื้นฐาน
สารบัญในวิดีโอ (25 ช่วง) — กดเพื่อข้ามไปช่วงนั้น
คืนที่ 1

รับตัวอย่างคู่มือโปรแกรมจิต ๑๔ หน้าแรก ฟรี

จากทั้งหมดมากกว่า ๑๖๐ หน้าเอสี่ (ได้รับฉบับเต็มเมื่อเรียนจบ) เมื่อเพิ่มเพื่อนไลน์และทักขอ

พิมพ์ว่า ตัวอย่างคู่มือโปรแกรมจิต

สิ่งที่ต้องเตรียมในการเรียน

  • สมุดบันทึก
  • อุปกรณ์การเขียน (อนุโลมแท็บเล็ตที่ใช้ปากกา)
  • สี อาทิ สีเทียน สีไม้ (หากมี ไม่บังคับ)

ในการเรียนต้องปฏิบัติตามขั้นตอนในแต่ละกิจกรรม ไม่สามารถเรียนผ่านการฟังบรรยายอย่างเดียวได้ โดยประกอบด้วยการทำสมาธิโปรแกรมจิต และการเขียนบันทึก / Visual Note

เนื้อหาเต็มที่เหลือ (คืนที่ 2–12)

  • 1วิดีโอบรรยายและการฝึกโปรแกรมจิต เพิ่มเติม 11 ตอน ระยะเวลาตอนละ 1.5 – 2 ชั่วโมง
  • 2หากรับไฟล์คู่มือ จะได้รับขั้นตอนการปฏิบัติเต็มและเทคนิคต่างๆ ที่ไม่ได้สอนในวิดีโอ รวม 80 หัวข้อ 165 หน้าเอสี่
  • 3ไฟล์ใบประกาศผ่านการอบรม และสิทธิ์เรียนต่อ ห้องเรียน พลังแห่งจิต ขั้นที่สาม เมื่อทำครบเงื่อนไข

ตัวอย่างสารบัญคู่มือฉบับเต็ม

ภาพรวมเนื้อหาเต็มทั้ง 13 คืน

3 หมวด · คืนที่ 0–12 · วิดีโอคืนละ 1.5–2 ชั่วโมง พร้อมการฝึกโปรแกรมจิตทุกคืน

หมวดที่ ๑ปรับพื้นฐาน
  1. 0เราเป็นผู้โปรแกรมจิตตัวเองอยู่เสมอทดลองเรียนฟรี
  2. 1ลมหายใจ เครื่องมือโปรแกรมจิตที่ใกล้ตัวที่สุดทดลองเรียนฟรี
หมวดที่ ๒ฝึกโปรแกรมจิต
  1. 2ฉันเลือกคลื่นสมองได้
  2. 3ขัดใจ ขัดความเคยชินของจิต
  3. 4สับไก ผูกคำโปรแกรมจิตกับกิจวัตร
  4. 5สร้างปุ่มโปรแกรมจิตของตัวเอง
  5. 6ก้าวข้ามอุปสรรคของการฝึก
หมวดที่ ๓ลงลึกฝึกโปรแกรมจิต
  1. 7เปลี่ยนโฟกัสสู่ความว่าง
  2. 8ใช้ความคิด แทนการเป็นความคิด
  3. 9เปลี่ยนจากผู้เสพเป็นผู้สร้าง
  4. 10ฉันเป็นเพียงลมหายใจ
  5. 11สมมติอย่างรู้ตัว
  6. 12ใช้ ๔ ใจ ๑ ไก ให้ครบ
ลงทะเบียนรับเนื้อหาเต็ม

สมัครเข้าร่วม

1,990 บาท
ค่าลงทะเบียน · รับลิงก์และรหัสเรียนออนไลน์ทางเว็บไซต์
เรียนได้ไม่จำกัดเวลา · 13 ตอน รวม 23 ชั่วโมง

สมัครเรียนออนไลน์

ลงทะเบียนและชำระเงิน

ชำระผ่าน Stripe อย่างปลอดภัย · Visa · Mastercard · Google Pay · PromptPay

ชำระผ่านบัญชีธนาคาร

  • หากโอนผ่านบัญชีธนาคาร ส่งหลักฐานการโอนทางไลน์ @khianpianchiwit หรืออีเมล dhammaliterary@gmail.com พร้อมแจ้งชื่อ อีเมล และหัวข้อหลักสูตร “การโปรแกรมจิตตัวเอง”
  • รายรับในการอบรมเมื่อหักค่าใช้จ่ายและค่าวิทยากรแล้ว นำไปใช้ในโครงการเพื่อการกุศลต่างๆ ของ เรามีลมหายใจ – ธุรกิจเพื่อสังคม สถาบันธรรมวรรณศิลป์ อาทิ ทุนการศึกษาแก่เยาวชนในโครงการรางวัลธรรมวรรณศิลป์
ทางเลือกใหม่ · เริ่มครึ่งคอร์สแรก
990 บาท
ครึ่งคอร์สแรก · หมวด ๑–๒ (คืนที่ ๐–๖)
๗ คืน · อัปเกรดเรียนต่อหมวด ๓ อีก 1,000 บาท รวมเท่าราคาเต็ม

เริ่มเรียน ๗ คืนแรก

เริ่มครึ่งคอร์ส 990 บาท

ชำระผ่าน Stripe อย่างปลอดภัย · Visa · Mastercard · Google Pay · PromptPay

  • เรียนหมวด ๑ ปรับพื้นฐาน และหมวด ๒ ฝึกโปรแกรมจิต รวม ๗ คืน
  • ผ่านการอบรมและรับใบประกาศ ต้องเรียนครบ ๑๓ คืน อัปเกรดได้ทุกเมื่อ จ่ายเพิ่ม 1,000 บาท
  • คืนที่เรียนไว้จะต่อเนื่องไปหน้าเนื้อหาเต็มได้ทันที ไม่ต้องเริ่มใหม่
เหมาคอร์สออนไลน์ 4 หัวข้อ
แพ็กเกจ 4 หลักสูตรออนไลน์

เหมา 4 หลักสูตร 4,990 บาท

จากปกติ 7,960 บาท · รวมหลักสูตรนี้ด้วย · ดูรายละเอียดแพ็กเกจ →

เสียงตอบรับจากผู้เรียน

สิ่งที่ผู้เรียนได้รับ

ดีใจที่ตัดสินใจเข้าเรียนหลักสูตรนี้ ได้รับทักษะดี ๆ มากมายที่ทำให้ตัวเองมีความมั่นใจมากขึ้นว่า ชีวิตเราเอง เรากำหนดได้ เพราะเราเป็นนายของกายใจและความคิด การสร้างนิยามที่ทรงพลัง และเรามีทางเลือกที่จะทำให้ชีวิตเราดีขึ้น

รู้สึกถึงแม้เป็นการเรียนออนไลน์แต่ไม่น่าเบื่อ ครูสอนให้ปฏิบัติด้วยการเขียน การจินตนาการ การใช้ความคิด การแปลผล และพูดคุยในกลุ่มย่อย ทำให้เห็นภาพความคิดของตัวเองชัดเจนขึ้น และรู้เทคนิคที่จะนำมาใช้ในการโปรแกรมจิต…

เป็นการหลอมรวมการโปรแกรมจิต กับ พุทธศาสนาได้อย่างดีเยี่ยม

จากรุ่นที่ 6

“รู้สึกดีใจที่ได้เรียนวิชานี้อีกครั้ง (เรียนรอบสอง) ยิ่งเรียนยิ่งเข้าใจลึกซึ้งและเข้าใจเรื่องต่างๆได้ดีขึ้น ขอบคุณสำหรับความรู้ความเข้าใจที่ชัดเจน ทำให้เข้าใจเรื่องการโปรแกรมจิตมากขึ้น และนำมาใช้ได้จริง อยากต่อยอดเรียนเป็นนักสะกดจิต”

“รู้สึกถึงแม้เป็นการเรียนออนไลน์แต่ไม่น่าเบื่อ ครูสอนให้ปฏิบัติด้วยการเขียน การจินตนาการ การใช้ความคิด การแปลผล และพูดคุยในกลุ่มย่อย ทำให้เห็นภาพความคิดของตัวเองชัดเจนขึ้น และรู้เทคนิคที่จะนำมาใช้ในการโปรแกรมจิต ได้สำรวจในใจตัวเอง ภาพความคิดของตัวเองชัดเจนขึ้น ชอบการเขียนด้วยมือซ้าย ทำให้รู้สึกอึดอัดแต่ได้อยู่กับความคิดมากขึ้น ได้เรียนรู้ศาสตร์ที่ไม่เคยรู้มาก่อน รู้ทันว่าโดนผี (ที่จิตสร้างขึ้น) หลอกมาโดยไม่รู้ตัว รู้สึกตัวเองนิ่งขึ้น หันมาใช้คำที่เป็นบวกมากขึ้น มีสติกำกับในการทำงาน ใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ ขอบคุณครูโอเล่ ที่จัดคอร์ส แบบนี้มากๆค่ะ”

“การได้ลงเรียนคอร์สโปรแกรมจิตครั้งนี้ #รู้สึกคุ้มค่าและได้รับเกินคาด เพิ่งรู้ว่าการตัดสินใจลงเรียนเป็นการโปรแกรมจิตตนเอง ในขบวนการขัดใจและปักใจ ก้าวข้ามตารางชีวิตที่ค่อนข้างยุ่งในช่วงเวลาเรียน เพื่อเติมสิ่งดีดีให้กับจิต และได้ทำมันสำเร็จแล้ว
#สิ่งที่ได้อย่างแรกที่เรียนคือการหายใจที่ช่วยคลายความตึงเครียด ทำให้ใจสงบ ในเวลาสั้นสั้น สามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลา
#การเรียนได้เข้าใจวิธีการต่างต่างของการโปรแกรมจิต พร้อมลงมือฝึกในทุกวิธีแบบสั้นสั้น แถมยังได้รับแบบฝึกหัดเพิ่มเติมระหว่างเรียน และเมื่อจบยังได้เพิ่มอีก 21 บท เพื่อให้นำไปฝึกฝนต่อด้วยตนเอง”

“ครูสอนว่า “การโปรแกรมจิต คือ การออกกำลังกายจิต” ที่ต้องอาศัยการฝึกซ้ำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อค่อย ๆ เพิ่มพูน “กล้ามเนื้อของจิตใจ” แบบฝึกหัดต่าง ๆ จึงไม่ใช่เพียงการบ้าน แต่เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เราได้ฝึกจริงในชีวิตประจำวัน #สิ่งที่ “ได้เกินคาด” คือ การที่ครูนำหลักพุทธศาสนามาผสมผสานในการสอน ทำให้ได้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างศาสตร์ตะวันตก (จิตวิทยา/การโปรแกรมจิต) และศาสตร์ตะวันออก (จิตภาวนา) ศาสตร์ตะวันตกสอนให้เราเป็น “ผู้สร้าง” สร้างตัวตนใหม่ ความเชื่อใหม่ และศักยภาพใหม่ ในขณะที่ศาสตร์ตะวันออกสอนให้เห็น “ความว่าง” และความเป็นอนิจจัง เพื่อค่อย ๆ ละอัตตา และเข้าใจธรรมชาติของความเปลี่ยนแปลง
และเมื่อจิตเห็นความจริงเช่นนั้น จิตจึงเปิดรับการเปลี่ยนแปลงได้ และกลับมาเป็น “ผู้สร้าง” ได้อย่างแท้จริง นี่จึงเป็น “คีย์สำคัญ” ของคอร์สนี้สำหรับตัวเอง”

“#อีกสิ่งที่ได้และสำคัญมาก คือ การได้ทบทวนหลัก “พละ 5” เพื่อใช้เอาชนะ “นิวรณ์ 5” ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของทั้งการพัฒนาจิตใจ และการดำเนินชีวิต แต่เป็นสิ่งที่ตัวเองหลงลืมไปนาน”

“ขอบคุณครูสำหรับความทุ่มเท และการสร้างคอร์สที่กลั่นออกมาจากใจ สิ่งที่ได้รับเปรียบเสมือน “เมล็ดพันธุ์ที่ดี” ซึ่งตั้งใจนำไปฝึกฝน ดูแล และทำให้ตนเองเติบโตงอกงามอย่างมั่นคงภายใน และขอเป็นกำลังใจให้เพื่อน ๆ ทุกคน ได้เติบโตไปในเส้นทางที่ตนเองปรารถนา สรุป จบคอร์สแล้วทุกคนได้ลงโปรแกรมจิตแล้วว่า “ฉันเป็นนายเหนือกายและใจ” ซึ่งเป็นประโยคที่อยู่ใน ขบวนการเรียนในทุกทุกวัน”

“ชอบที่ มันมีกระบวนการอธิบายได้ อจ.สอนให้เข้าใจง่าย ไม่ใช่การสะกดจิตแบบเลื่อนลอยไม่มีแก่นสาร แต่มันคือกระบวนการที่เราสามารถฝึกตามได้จริงๆ ชอบสุดคือเรื่องขัดใจ ไม่เคย เคยทดลองใช้ แล้วมัน ดีนะคะ แต่มันยากมาก ขัดใจจะไม่กินชาเย็นได้ 2 วัน 555 ทรมานมากค่ะ แต่ก็ลองทำดู ขัดใจที่จะไม่ช่วยงานลูกน้องทั้งหมด ปล่อยให้เค้าทำเองบ้างแล้วนำมาเสนอ อะไรพวกนี้ มันเปนเรื่องเล็กๆที่เอามาใช้ในชีวิตประจำวันได้ค่ะ เล็กๆน้อย แต่ละบทเรียน แล้วก็ พวกความคิด ที่เราแต่งเติมไปเอง มันก็จริงตามที่ อจ.พยายามบอก เรา คือคนที่แต่งเติมอันนั้น ไปเองว่าเราเปนแบบนั้นแบบนี้ แต่เราก็แต่งเติมใหม่ได้นี่นา แล้วก็ ที่ให้ ขยำๆ สิ่งที่ไม่ชอบในหัวแล้วโยนทิ้งไป มันดีมาก ทุกวันนี้เอาไปสอนน้องที่ออฟฟิสด้วยค่ะ”

“น่าจะเป็นคลาสที่ได้ พาตัวเอง คุยกับตัวเองเยอะที่สุดเลยค่ะ เวลา อจ.ให้นั่ง คิด เพ่งไปที่จุดตามๆ ต่างเสียงอจ.ไปก็รู้สึกว่าชีวิต แบบ เออ เรามีช่วงเวลาที่เราไม่ต้องโฟกัสงาน โฟกัสยอด แค่อยุ่กับลมหายใจ ปัจจุบัน ไฟลไป ตามเสียงนำสมาธิไป ตามภาพไป รู้สึก ตามมือ ตามเท้า มันเป็นช่วงที่ สมองบอกว่า ดีมาก 555 ปกติสมองนี่คงเหนื่อยมากเพราะคิดทีละหลายๆเรื่องค่ะ..เอ็นดูสมองอยู่ค่ะ พอมาเข้าคลาสเรียนก็เหมือนพาสมอง เข้า GYMทางจิต ต้องค่อยๆฟัง ค่อยๆตามเสียง คิด และรู้สึก กับ สิ่งที่ฝึกอยู่ตรงหน้า ซึ่งปกติชีวิตคือหลายสิ่งมา ใน 1 นาทีต้องตัดสินใจหลายเรื่องหลายสิ่งมากๆ แต่พอมาฝึก เหมือน ยืดกล้ามเนื้อในสมองใหม่ ให้มัน ผ่อนคลายสบาย ผ่อนคลายขึ้น”

“เข้าใจว่าเราสามารถพัฒนาใจเราให้ไม่ตกก้นเหวได้ด้วยตัวเองผ่านการโปรแกรมจิต และคุยกับตัวเองได้ สุดท้ายแล้วก็เพราะเราไปยึดความมีตัวตนทั้งทั้งที่มันไม่มีก็เลยเกิดทุกข์”

“หลังจากได้ใช้เวลาทบทวน เรียน และฝึกใหม่ทั้งหมด เป็นรอบที่ 2 พบว่า มีความรู้สึกมั่นใจว่าชีวิตสามารถก้าวหน้า และมีความสุขขึ้นได้ด้วยการฝึกโปรแกรมจิตที่เรียนมาทั้งหมดซ้ำๆ รวมถึงในคู่มือที่ได้มาที่ยังมีทรัพยากรช่วยในการฝึกมีสิ่งที่น่าสนใจที่สามารถนำไปฝึกได้อีกมากมาย ฉันสามารถเป็นนายของความคิด และจิตใจ รวมถึงฉันสามารถเลือกอารมณ์ และเลือกการตอบสนองต่อสิ่งที่เข้ามาในชีวิตได้แน่นอน ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมศึกษาร่วมกัน และขอขอบคุณครูโอเล่ที่ให้โอกาส ให้ความรู้ และขัดเกลาศิษย์อย่างเต็มที่”

“หลังจากทบทวนการเรียนใหม่ทั้งหมดสามารถสรุปสิ่งที่ได้จากหลักสูตรนี้ในจุดที่สำคัญได้ดังนี้

  • คืนที่ 1ได้ฝึกการหายใจให้เกิดความสงบ, เข้าใจการจูงใจ (Suggestion) ว่าหมายถึงการโน้มน้าวจิตไปในทิศทางหนึ่งหรือสร้างใหม่ คล้ายการเบี่ยงเบนขบวนรถไฟให้เคลื่อนไปในทิศที่ต้องการ, เข้าใจการปักใจ (Concentration) คือการมีฐานของสติ โดยอาจวางไว้ที่ลมหายใจ หรือร่างกาย และได้ประโยคสำคัญคือ “ฉันเลือกอารมณ์ความรู้สึกให้กับตนเองได้”
  • คืนที่ 2ได้ทดลองฝึก Visual Note (วาดมั่วๆ พอเป็นตัว ใช้หัวใจ ใส่อักษร) แล้ววาดเป็นภาพใหม่เพื่อฝึกจูงใจด้วยภาพที่สร้างใหม่ ตะล่อม เติมเต็ม ใช้ปัญญากับภาพใหม่นั้น, ได้ทดลองฝึกปรับคลื่นสมองทั้ง 4 ระดับเพื่อสร้างสภาวะที่เหมาะสม
  • คืนที่ 3ได้ฝึกกำมือ แบมือ เพื่อจดจำสภาวะ ฝึกการปักใจ รับรู้ความรู้สึกผ่านการสัมผัสร่างกาย, ได้เรียนรู้การขัดใจ (Interruption) คือการไม่พูด คิด ทำ ตามความเคยชิน และได้ลองเอาไปฝึกจัดการความเครียด และอารมณ์ลบ
  • คืนที่ 4ได้ฝึกการสับไก (Trigger) เพื่อจูงใจซ้ำๆอย่างเป็นระบบ ให้เกิดการปลูกฝังการโปรแกรมจิตให้เกิดขึ้นอย่างอัตโนมัติ มีเงื่อนไข+เหตุปัจจัย (Auto-suggestion) สามารถกำหนดกาย วาจา ใจ ให้สอดคล้องกับความต้องการ “ฉันเลือกอารมณ์ให้กับตนเองได้”
  • คืนที่ 5ได้ฝึกสมาธิแบบ Autogenic (หนักและอุ่น) เพื่อรับรู้ความจริง เห็นความเข้มแข็ง ทุกขัง-ของหนักปักใจ และดิ่งลึก, ได้เรียนรู้ว่าการโปรแกรมจิต คือการอบรมจิตใหม่ เป็นการชี้ไปยังสภาวะใหม่ เช่น ลดความกังวล >> ชี้ไปยังความวางใจ, ลดความโกรธ >> ชี้ไปยังความสงบ, ได้เรียนรู้กลไกการสร้างปมในใจ, การสร้างนิยามที่ทรงพลัง > สร้างปุ่มโปรแกรมจิต > ทำซ้ำ > ทดลองใช้
  • คืนที่ 6ได้เรียนรู้นิวรณ์ 5 ที่บั่นทอนศักยภาพของจิต ซึ่งอาจพบในขณะเข้าสมาธิ
  • คืนที่ 7ได้เรียนรู้กลไกการสร้าง และการดึงข้อมูลในจิตใต้สำนึก โดยเด็กน้อยที่สร้างกลไกป้องกันตนเองและจิตผู้สังเกต ซึ่งเราสามารถสร้างใหม่ได้ หรือเรียนรู้ที่จะเปลี่ยน Focus ได้
  • คืนที่ 8ได้เรียนรู้การเป็นนายของความคิด “แทนที่จะเป็นความคิด ให้ใช้ความคิด” การสร้างผีขึ้นมาเพื่อปกป้องความกลัว และความกลัว ความกังวลใจต่างๆแท้จริงเป็นความว่าง ไม่มีตัวตนที่แท้จริง
  • คืนที่ 9ฝึกการกวนใจ (Amplify) หรือการปรุงแต่ง แต่งเติม ลด ขยาย เช่นการวาดภาพ แต่งกวี งานศิลปะ การเคลื่อนไหวร่างกาย เป็นต้น ได้ฝึกกวนใจกับสิ่งที่กวนใจ, เปลี่ยนผู้เสพเป็นผู้สร้างจิตใหม่, ได้ข้อความ “ไม่มีอะไรต้องกลัวเกินไป สิ่งที่กลัวล้วนว่างเปล่า กายจิตที่กลัวก็ว่างเปล่า แม้แต่อารมณ์กลัวก็ว่างเปล่า” จิตเกิดความว่างด้วยการปรุงแต่งเพื่อกลับไปหาความว่างอีกครั้ง
  • คืนที่ 10ได้สรุปภาพรวมผลของเครื่องมือทั้ง 5 ตัวคือ จูงใจ (Suggestion) >> จิตคล้อยตาม, ปักใจ (Concentration) >> จิตตั้งมั่น, กวนใจ (Amplify) >> จิตปรุงแต่งเพื่อขยายให้ชัด, ขัดใจ (Interruption) >> จิตหักเห และสับไก (Trigger) >> จิตคุ้นชิน, ได้ทดลองฝึกปล่อยวาง “เป็นเพียง” ความว่าง การเล่นล้อกับสัญญา การจำได้หมายรู้ เพื่อนำกลับไปสู่ความว่าง, จัดการกับสิ่งที่ไม่ดี เช่น ฉันไม่เก่งเรื่อง, ฉันด้อยเรื่อง, ฉันเคยผิดหวังกับตัวเองที่……
  • คืนที่ 11ได้เรียนรู้การสมมุติของจิต โดยเฉพาะเมื่อมีอวิชชา สมมุติว่าคงที่ (อนิจจัง), สมมุติว่าสุขจริง (ทุกข์), สมมุติว่ามีตัวมีตน (อนัตตา), ได้เรียนรู้ระดับของสมมุติ การละตัวตนโดยการพิจารณาความว่าง, ได้ฝึกวาดภาพ, เสียง, พลังงาน, ความรู้สึกที่สะท้อนตัวตน
  • คืนที่ 12ได้เรียนรู้แนวคิดการโปรแกรมจิตกับการฝึกสมาธิว่าใช้ควบคู่กันอย่างไร และสิ่งที่จะเรียนรู้ต่อไป”
จากรุ่นที่ 1–5

“เหมือนค้นพบ คู่มือนำทาง แถมเพื่อนรู้ใจ ที่คุยภาษาเดียวกัน ได้รับวิชาที่นำไปใช้ได้จริง ในทุกสภาวะ แบบง่ายๆ ทำได้เลย… และได้เกิดใหม่ ในร่างเก่า แบบที่เราต้องการจะเป็นและไป แต่บนความว่าง และสิ่งที่จะนำติดตัวไปคือ การอยู่กับลมหายใจเป็นหลัก จวบจนวาระสุดท้ายของชีวิต ขอบคุณอาจารย์โอเล่ ที่ปลดปล่อยความมืดแห่งดวงจิต และให้แสงสว่างแทน”

“มีสิ่งแปลกใหม่ที่เพิ่งได้รับรู้จากการเรียน ทำให้ได้เครื่องมือใหม่ๆ ในการฝึกฝน ที่สามารถนำมาใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันและในการเรียนต่อเนื่องหลายสัปดาห์ช่วยให้ได้ฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้จิตจดจำจากสิ่งที่ได้ฝึกฝนและช่วยแก้ปัญหาความทุกข์ทางใจ ที่เกิดขึ้นจากการใช้ชีวิตได้มากขึ้น การเรียนในแต่ละสัปดาห์ยังเกิดความเชื่อมโยงต่อเนื่องกัน ทั้งๆ ที่คำถามจากการเรียนรู้ในแต่ละสัปดาห์เหมือนเป็นเรื่องใหม่แต่เมื่อได้ฝึกตามแล้วมันย้อนกลับเชื่อมโยงกับคำตอบเดิมที่ได้ฝึกฝนจากการทำกิจกรรมในสัปดาห์ก่อนหน้านี้ได้อย่างไม่น่าเชื่อ ทำให้คำตอบภายในชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เป็นหลักสูตรที่มีประโยชน์ และช่วยคลายทุกข์ของผู้คนได้อย่างแท้จริง”

“ดีใจที่ตัดสินใจเข้าเรียนหลักสูตรนี้ ได้รับทักษะดี ๆ มากมายที่ทำให้ตัวเองมีความมั่นใจมากขึ้นว่า ชีวิตเราเอง เรากำหนดได้ เพราะเราเป็นนายของกายใจและความคิด การสร้างนิยามที่ทรงพลัง และเรามีทางเลือกที่จะทำให้ชีวิตเราดีขึ้น”

“รู้สึกดีที่ได้เห็นเพจอาจารย์ และได้พบ คู่มือนำทาง ที่เป็นตัวช่วยให้มีสมาธิมากขึ้น และจำได้ดีขึ้นหลังจาก สมาธิและความจำพังหลังจากเป็นซึมเศร้ามา 2 ปี ดีใจที่ได้รับพลังการเยียวยา และกล้าตัดสินใจที่จะเข้าร่วมโปรแกรมนี้ ขอบคุณครูโอเล่ ที่ทำให้ค้นพบว่า จริงๆแล้วเป็นเราเองต่างหากที่ไม่เคยขัดใจตัวเองได้เลย และจมอยู่กับอารมณ์ ความกังวล และความเครียด ที่เกิดจากคำว่า สังคม หน้าที่ และความรัก ได้เข้าใจตัวเองมากขึ้น และกล้าที่จะออกจากเซฟโซนตัวเอง”

“รู้สึกตัวเองมีความสุขมากขึ้นจากภายในตัวเราเอง จากการใช้โปรแกรมจิต ความยับยั้งชั่งใจมีมากขึ้น คลื่นพลังงานภายในที่เป็นด้านดีมีมากขึ้น รักและปกป้องความรู้สึกตัวเองมากขึ้น การฟื้นคืนด้านจิตใจทำได้เร็วขึ้น ซึ่งไม่เคยทำได้ตลอดการเรียนรู้ด้านจิตวิญญาณมาหลายแห่ง”

“ดีใจที่ตัดสินใจไม่ผิดที่ลงเรียนคลาสนี้ เพราะตอนแรกเรียนยาวมากก จนไม่คิดว่าจะไหว หลังจากการเรียนสิ่งที่ได้รับมีมากมายเลยค่ะทั้งความรู้ เกี่ยวกับจิตใจ ความคิด อารมณ์ วิธีการจัดการ และอีกมากมาย”

“รู้สึกอบอุ่น มีกำลังใจค่ะ เพราะวิธีการที่ได้ฝึกช่วยนำทางให้กลับเข้าไปเรียนรู้ตัวเองในด้านต่างๆ สามารถสร้างสมดุลให้กับตัวเองได้จริง เป็นเทคนิคที่มีประโยชน์มากในการช่วยให้เราเปลี่ยนแปลงตัวเองไปในทางที่ดีขึ้นได้”

“ศึกษาเรื่องการสร้างกฎแรงดึงดูด การ manifest มาระดับนึง แต่ยังรู้สึกว่ามันมีบางอย่างที่ติดๆ ขัดๆ พลังงานไม่ลื่นไหล จนเมื่อได้มาเรียนคอร์สโปรแกรมจิต ถึง อ่อ เข้าใจแล้ว มันเกิดจากเรายังไม่กระเทาะเปลือกตัวเองออกหมด เรายังมีจุดที่เรายังยอมรับตัวเองไม่ได้ แล้วพยายามปกปิดมันไว้ การโปรแกรมจิตเหมือนการทำความเข้าใจด้านต่างๆ ในมิติอารมณ์ของชีวิต ที่ไม่ได้มีความสุข แต่ยังมีความอึดอัดใจ ความทุกข์ ความไม่สบายกายและใจระหว่างการฝึก มันทำให้เราเข้าใจตัวเองในระดับที่ลึกขึ้น แล้วอยู่กับความไม่สบายใจตรงนั้นได้ ผ่านการเปลี่ยนมุมมอง ยืด หด หรือเปลี่ยนจุดโฟกัสใหม่ ทำให้พลังงานเรามันลื่นไหลมากขึ้น แล้วพอกลับไปทำ manifest รู้สึกว่ามันดีขึ้นมาก”

“เป็นการหลอมรวมการโปรแกรมจิต กับ พุทธศาสนาได้อย่างดีเยี่ยม”

“ความรู้สึกในการมองชีวิตเปลี่ยนไป จากที่เคยรู้สึก อึดอัด หนักใจ กับเรื่อง บางเรื่อง หรือกับคนบางคน หรือกับตัวเองได้คลายความยึด ใจเบา ขึ้น เมื่อใช้เทคนิคของที่ครูสอน กลับมารู้ตัว รู้ใจตัวเอง มากขึ้น มองทุกเรื่องไม่ได้ใหญ่โตเหมือนเดิม มองเห็นวิธีจัดการสิ่งที่เราเคยเรียกว่า “ปัญหา” ได้ดีขึ้น (สิ่งสมมุติ) วางอัตตาตัวตนของตัวเองลง มองเห็นเป็นความว่างเปล่าได้ดีขึ้น ซึ่งจะนำไปฝึกพัฒนาตัวเองต่อไปค่ะ”

“มาเรียนครั้งนี้ช่วยให้ได้เรียนรู้วิธีการโปรแกรมจิตสมาธิรูปแบบใหม่ที่แตกต่างจากเดิมออกไปได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ วิธีการใหม่ๆ ช่วยปลดล็อคให้ตัวเราได้ฝึกกล้าตัดสินใจทำอะไรแบบไม่ต้องใช้ตรรกะเหตุผลมาก ก็ได้รู้สึกว่าหลังจากวันนั้นทำให้มั่นใจได้ว่ากล้าคิดและพร้อมที่จะลงมือทำได้ทันที โดยที่ไม่ต้องคิดเยอะ ทำให้เราได้กลับมาเข้าใจและเห็นคุณค่าในตัวเองมากขึ้น เป็นการฝึกที่จะกลับมายอมรับตัวเองในทุกแง่มุมของความรู้สึก ได้ส่งความรักอวยพรให้ตัวเองในทุกๆวัน”

“ตระหนักว่าการใช้ชีวิตทุกวันที่ผ่านมา เราทำอย่างไม่มีสติกำกับแทบตลอดเวลา ดังนั้นไม่แปลกเลยที่เราจะรู้สึกเหนื่อย และวุ่นวายไปกับสิ่งต่างๆ การที่ได้มาเรียน ทำให้เราได้กลับมาอยู่กับตัวเองและลมหายใจ และตั้งสติในการทบทวนตัวเองเพื่อโปรแกรมจิต ให้เราได้ทำสิ่งที่ตั้งใจไว้ และมองเห็นศักยภาพของตัวเอง ในหลายๆ คาบที่เราได้เรียน ก็ยิ่งรู้ลึกไปถึงจุดที่ดี และจุดที่ต้องแก้ไขของตัวเอง”

“มันเกินกว่าที่คิดมากเลยค่ะ ได้เทคนิคต่าง ๆ ในการโปรแกรมจิต ได้ฝึกสมาธิ ฝึกสติอยู่ทุกขณะ ในการเรียนแต่ละพาร์ท มีโฟกัส เข้าถึงสมาธิไวขึ้น แต่ก็สามารถหลุดจากสมาธิได้ไวเช่นกัน แต่ก็จะรับรู้และรู้ทันความคิด และอารมณ์อยู่ตลอด และรู้ว่ามันจะต้องอาศัยการฝึกฝน ในพาร์ทโปรแกรมจิต เลือกใช้ข้อความที่ว่า “ฉันมีจิตใจเข้มแข็ง” รู้สึกและสัมผัสได้ว่ามันเป็นเช่นนั้นจริง ๆ คือว้าวววววมาก และอีกพาร์ทนึงคือพาร์ทเปลี่ยนโฟกัส จะหมั่นฝึกลดขนาดความคิดลบ เพิ่มขยายความคิดบวก ฝึกเปลี่ยนมุมมอง เปลี่ยนโฟกัส ฝึกกำหนดจิตให้มีความว่าง พอเรียนสองพาร์ทนี้จบคือ ไฟลุก มีไฟ มีพลัง ลุกไปปั่นวิจัยเลยค่ะ (High energy) อันนี้ว้าวแบบ 300% ไปเลย”

รอบสดที่ผ่านมา
การเรียนต่อในขั้นที่ 3

นักสะกดจิตบำบัด · ใบประกาศรับรอง C.Ht

การเรียนต่อในขั้นสุดท้าย “นักสะกดจิตบำบัด” เพื่อรับใบประกาศรับรอง C.Ht (Certified Hypnotherapist) จากครูโอเล่ ต้องผ่านเงื่อนไขดังต่อไปนี้

เมื่อมีผู้แสดงความตั้งใจเข้าร่วมและผ่านเงื่อนไขข้างต้นแล้ว จึงจะเปิดรับสมัครตามช่วงเวลาที่กำหนด

ห้องเรียน พลังแห่งจิต ขั้นกลาง-สูง
ครูโอเล่ อนุรักษ์ เม่นหรุ่ม
ผู้สอน

ครูโอเล่ อนุรักษ์ เม่นหรุ่ม (C.Ht)

ผู้อำนวยการ สถาบันธรรมวรรณศิลป์
100+รุ่น รวมทุกหลักสูตร
55รุ่น เขียนเปลี่ยนชีวิต
30รุ่น ห้องเรียน พลังแห่งจิต

ผู้อำนวยการ สถาบันธรรมวรรณศิลป์ วิทยากร นักเขียน นักสะกดจิตบำบัด ผู้สอนการเขียนบำบัดในชื่อชุดหลักสูตร “เขียนเปลี่ยนชีวิต” (จำนวน 55 รุ่น) สอนการสะกดจิตบำบัดและการโปรแกรมจิตตัวเองในชุดหลักสูตร “ห้องเรียน พลังแห่งจิต” (30 รุ่น) และหัวข้ออื่นๆ รวมมากกว่าหนึ่งร้อยรุ่น นอกจากนี้ก็ยังเปิดอบรมในเนื้อหาต่างๆ อาทิ การรู้จักตนเอง การเจริญสติภาวนา การพัฒนาครู และภาวะผู้นำ แก่บุคคลหลากหลายอาชีพ ทั้งในการอบรมแบบเปิดและการอบรมในกลุ่มเฉพาะตามรับเชิญ

ติดต่อสอบถาม

มีคำถาม ทักมาได้เลย

สถาบันธรรมวรรณศิลป์ · dhammaliterary.org